การศึกษาประสิทธิภาพของผ้าฝ้ายเคลือบยางพารา
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ นวัตกรรม แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ นวัตกรรม แสดงบทความทั้งหมด
วันพฤหัสบดีที่ 7 มิถุนายน พ.ศ. 2561
การศึกษาประสิทธิภาพของผ้าฝ้ายเคลือบยางพารา
โครงงานนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาประสิทธิภาพของผ้าฝ้ายเคลือบยางพารา ด้วยการนำยางพารามา เพิ่มคุณสมบัติที่หลากหลายอาทิเช่น การกันน้ำ ความยืดหยุ่น และความทนต่อสภาวะกรดเบส เพื่อให้ผ้าฝ้าย สามารถนำมาใช้งานได้หลากหลายยิ่งขึ้น
อิฐดินเผามวลเบาจากชานอ้อย
อิฐดินเผามวลเบาจากชานอ้อย
การศึกษาอิฐดินเผามวลเบาจากชานอ้อย
มีวัตถุประสงค์ 1.
เพื่อศึกษาองค์ประกอบทางเคมีของดินที่ใช้ในการขึ้นรูปอิฐดินเผามวลเบาจากชานอ้อย 2.
เพื่อเปรียบเทียบอัตราส่วนผสมของอิฐดินเผามวลเบาจากชานอ้อย
ที่เผาขึ้นรูปที่อุณหภูมิที่แตกต่างกันต่อสมบัติทางกายภาพของอิฐดินเผามวลเบาจากชานอ้อย
จากผลการทดลอง พบว่าองค์ประกอบหลักที่สำคัญคือ ซิลิกอนไดออกไซด์ (SiO2)
ซึ่งส่งผลให้ชิ้นงานอิฐมีความแข็งแรงเมื่อเผาที่อุณหภูมิสูง
รองลงมาคืออะลูมิเนียมออกไซด์ (Al2O3) ซึ่งทำให้อิฐมีความทนไฟสูง
และออกไซด์ของเหล็ก (Fe2O3) ที่ส่งผลให้ชิ้นงานหลังเผามีสีแดง
เมื่อพิจารณาส่วนประกอบของดิน พบว่ามีผลรวมของเฟอริคออกไซด์ (Fe2O3)
แคลเซียมออกไซด์ (CaO) แมกนีเซียมออกไซด์ (MgO)
และไททาเนียมออกไซด์ (TiO2)
มากกว่าร้อยละ 9
แสดงว่าดินที่ใช้ในการทดลองนี้เป็นดินประเภทไม่ทนไฟ
นอกจากนั้นส่วนประกอบเหล่านี้ยังเป็นตัวช่วยให้กระบวนการเผาอิฐ (Flux)
เกิดได้ง่ายที่อุณหภูมิไม่สูงอีกด้วย เมื่อเปรียบเทียบปริมาณร้อยละโดยน้ำหนักของชานอ้อยที่เติมลงไป
ที่เผาที่อุณหภูมิที่แตกต่างกันต่อสมบัติทางกายภาพของอิฐดินเผามวลเบาจากชานอ้อย
พบว่าเมื่อเผาที่อุณหภูมิ 800 องศาเซลเซียส
มีค่าร้อยละการหดตัวและค่าร้อยละน้ำหนักที่สูญหายหลังเผาของชิ้นงานมากที่สุด
เมื่อเติมชานอ้อยร้อยละ 15 รองลงมาคือร้อยละ 10,
5 และ
2.5
โดยมีค่าร้อยละการหดตัวหลังเผา
คือ 7.05,
5.81, 4.56 และ
4.39
ตามลำดับ มีร้อยละน้ำหนักที่สูญหายหลังเผา 20.88,
20.00, 14.12 และ
9.03
ตามลำดับ และมีค่าความต้านทานแรงอัดของชิ้นงานมากที่สุด
เมื่อเติมชานอ้อยร้อยละ 2.5 รองลงมาคือร้อยละ 5, 10 และ 15
โดยมีค่าความต้านทานแรงอัด คือ 12.53, 10.79, 4.36 และ 4.18
ตามลำดับ เมื่อเผาที่อุณหภูมิ
900
องศาเซลเซียส
พบว่ามีค่าร้อยละการหดตัวและค่าร้อยละน้ำหนักที่สูญหายหลังเผามากที่สุด
เมื่อเติมชานอ้อยร้อยละ 15 รองลงมาคือร้อยละ 10,
5 และ
2.5 โดยมีค่าร้อยละการหดตัว
คือ 7.16,
6.78, 6.65 และ
6.44
ตามลำดับ มีร้อยละน้ำหนักที่สูญหายหลังเผา 26.09,
22.64, 18.10 และ
14.2
ตามลำดับ
และมีค่าความต้านทานแรงอัดของชิ้นงานมากที่สุด
เมื่อเติมชานอ้อยร้อยละ 2.5 รองลงมาคือร้อยละ 5, 10 และ 15
โดยมีค่าความต้านทานแรงอัด คือ 8.97, 6.27, 3.64 และ 3.59
ตามลำดับ เมื่อเผาที่อุณหภูมิ 1000
องศาเซลเซียส
พบว่ามีค่าร้อยละการหดตัว และค่าร้อยละน้ำหนักที่สูญหายหลังเผามากที่สุดคือร้อยละ 15
รองลงมาคืออิฐดินเผามวลเบาจากชานอ้อยร้อยละ 10, 5 และ
2.5 โดยมีค่าร้อยละการหดตัวหลังเผา
คือ 8.99,
8.19, 7.96 และ
7.74
ตามลำดับ มีร้อยละน้ำหนักที่สูญหายหลังเผา 27.30,
26.80, 21.59 และ
17.20
ตามลำดับ และมีค่าความต้านทานแรงอัดของชิ้นงานมากที่สุดคือร้อยละ 2.5 รองลงมาคือร้อยละ
5, 10 และ 15 โดยมีค่าความต้านทานแรงอัด คือ 7.81, 3.48, 3.41 และ
3.37 ตามลำดับ ส่วนอิฐดินเผามวลเบาที่ไม่ผสมชานอ้อย
พบว่าเมื่อนำไปเผาขึ้นรูปจะแตก ในทุกอุณหภูมิที่ใช้เผาขึ้นรูป
ศึกษาการเปรียบเทียบประสิทธิภาพของสารสกัดจากรากโล่ติ๊นและ กลอยเพื่อกำจัดเพลี้ยจักจั่นสีเขียวในนาข้าว
ศึกษาการเปรียบเทียบประสิทธิภาพของสารสกัดจากรากโล่ติ๊นและ กลอยเพื่อกำจัดเพลี้ยจักจั่นสีเขียวในนาข้าว
ประเทศไทยมีอาชีพเกษตรกรรมเป็นหลัก
ข้าวเป็นพืชผลทางการเกษตรที่สำคัญของประเทศไทย มีพื้นที่ปลูกข้าว 68.235 ล้านไร่
ได้ผลผลิต 31.807 ล้านตัน และผลผลิตต่อไร่เป็น 466 ก.ก. (สมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย,2560)
ทั้งคนไทยยังรับประทานเป็นอาหารและอีกทั้งยังส่งออกต่างประเทศทำให้รายได้ส่วนหนึ่งของประเทศมาจากการขายข้าวหรือส่งออกข้าวและยังเกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจของประเทศอีกด้วยสาเหตุที่ทำให้ผลผลิตข้าวลดลงไม่เป็นไปตามศักยภาพข้าวส่วนหนึ่งมาจาก
เพลี้ย ซึ่งเป็นศัตรูพืชที่เป็นหนึ่งในปัญหาที่ทำให้ชาวนาได้ผลผลิตลดลง
ซึ่งเพลี้ยที่พบเห็นอยู่ส่วนมากและเป็นที่รู้จักกันดีในนาข้าว
คือ เพลี้ยจักจั่นสีเขียว
ซึ่งในช่วงปีที่ผ่านมาพบว่ามีแนวโน้มที่อัตราการเพิ่มจำนวนจะเพิ่มมากขึ้นดังนั้นคณะผู้จัดทำจึงคาดการณ์ไว้ว่าในอนาคตเพลี้ยจักจั่นสีเขียวจะต้องส่งผลเสียให้กับชาวนาชาวนาส่วนใหญ่มักจะกำจัดเพลี้ยโดยการใช้สารเคมีแต่สารเคมีที่ใช้กลับส่งผลกระทบให้ระบบนิเวศในนาข้าวเสื่อมโทรมลง
คณะผู้จัดทำจึงเล็งเห็นปัญหาดังกล่าวของชาวนาพวกเราจึงต้องการกำจัดเพลี้ยจักจั่นสีเขียวโดยส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศในนาข้าวให้น้อยที่สุดซึ่งเมื่อศึกษาค้นคว้าเพิ่มเติมจึงพบว่ารากโล่ติ๊นมีสารโรติโนนและกลอยมีสารไดออสคอรีนที่สามารถกำจัดเพลี้ยได้ทางคณะผู้จัดทำจึงได้ทำโครงงานนี้ขึ้นมาเพื่อหวังว่าจะสามารถกำจัดเพลี้ยได้โดยไม่ส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศในนาข้าวและทำให้ชาวนามีรายได้เพิ่มขี้นเนื่องจากการลดต้นทุนในการซื้อสารเคมีเพื่อกำจัดเพลี้ย
>>หน้าปก เนื้อหา<<
การทดสอบประสิทธิภาพของหนังฟอกสีหลังเคลือบด้วยคาร์บอกซิเมทิลเซลลูโลส
การทดสอบประสิทธิภาพของหนังฟอกสีหลังเคลือบด้วยคาร์บอกซิเมทิล
เซลลูโลส
อุตสาหกรรมเครื่องหนังของไทยมีการพัฒนามานานกว่า 70 ปี โดยการพัฒนาจากการเป็นอุตสาหกรรมในครัวเรือนเน้นการใช้แรงงานจำนวนมากในการผลิตมาเป็นการผลิตแบบโรงงานอุตสาหกรรมที่มีการนำเครื่องจักรและเทคโนโลยีการผลิตสมัยใหม่มาใช้ ตลอดจนมีการพัฒนาเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิตอยู่เสมอในการนำหนังฟอกเข้าสู่กระบวนการผลิตเครื่องหนังนั้น ช่างหนังต้องทำการเตรียมท้องหนังก่อน เพื่อทำความสะอาดหนัง ลดตำหนิ ทำให้หนังตึง เพราะโดยธรรมชาติของหนังมักมีการบวมย่น การเตรียมหนังจะทำให้หนังเป็นแผ่นเรียบพร้อมใช้งาน เพื่อทำให้หนังเรียบ ไม่เป็นขุย และทำให้หนังมีสภาพคงทนโดยใช้คาร์บอกซิเมทิลเซลลูโลสหรือซีเอ็มซี (carboxymethylcellulose,CMC) ซึ่งเป็นสารที่มีคุณสมบัติเป็นสารคงสภาพ ไม่มีสี ไม่มีกลิ่น ไม่เป็นอันตราย เป็นตัวเคลือบท้องหนัง ทางผู้จัดทำเห็นว่าไม่มีงานวิจัยรองรับว่าการเคลือบท้องหนังด้วย CMC จะมีประสิทธิภาพอย่างไรเมื่อนำไปใช้งาน ด้วยเหตุนี้ผู้จัดทำจึงนำหนังฟอกสีที่เคลือบด้วย CMC ไปทดสอบความเรียบของหนังฟอกสีและทดสอบประสิทธิภาพการยึดเกาะของคาร์บอกซิเมทิลเซลลูโลส(CMC) ที่เคลือบหนังฟอกสี เมื่อนำไปแช่ในน้ำกลั่นที่อุณหภูมิห้อง, สารละลายกรด HCl, สารละลาย NaCl และสารละลาย NaOH พบว่า CMC มีค่าดูดกลืนแสงสูงสุดที่ความยาวคลื่น 195 nm เมื่อนำของเหลวที่ผ่านการแช่หนังไปวัดค่าความเข้มข้นของ CMC จะได้ว่าในสารละลายกรด HCl, สารละลาย NaOH, สารละลาย NaCl และน้ำอุณหภูมิห้อง มี CMC เข้มข้น 0.166, 0.087, 0.008 และ 0.087 mg/L ตามลำดับ
>>บท1-5<< >>บทคัดย่อ<<
ถุงน้ำร้อนอเนกประสงค์
ถุงน้ำร้อนอเนกประสงค์

ผู้จัดท้าจึงได้พัฒนาถุงประคบร้อนให้มีประสิทธิภาพที่ดียิ่งขึ้น เพื่อให้เหมาะสมและปลอดภัยต่อ ผู้ใช้งาน
>>คลิ๊กเพื่อดาวน์โหลด<<
ถ้วยตวงพร้อมใช้
ถ้วยตวงพร้อมใช้
การชั่งตวงอาหารเป็นสิ่งสำคัญ
และจำเป็นมากในการประกอบอาหารเพื่อให้ผลของอาหารที่ปรุงออกมาแน่นอนและใกล้เคียงกันทุกครั้ง
ซึ่งนอกจากจะต้องใช้วิธีประกอบอาหารเหมือนกันทุกครั้งแล้ว
ยังต้องมีการควบคุมเครื่องปรุงทั้งด้านคุณภาพและสัดส่วน อาหารจึงออกมามีลักษณะดี
รสอร่อย และคุณภาพเหมือนกันทุกครั้ง ส่วนผสมของเครื่องปรุงที่ผิดพลาด
ไม่ว่าจะขาดหรือเกินจะทำให้ไม่ได้อาหารรสดี ฉะนั้นทุกครั้งที่ทำอาหารควรมีสัดส่วนของเครื่องปรุงที่แน่นอน
โดยใช้เครื่องตวงที่ได้มาตรฐานและต้องชั่งตวงโดยถูกวิธีด้วยถ้วยตวง
เป็นหนึ่งในอุปกรณ์ที่ใช้สำหรับการตวง มี ๒ ชนิด
คือ ถ้วยตวงของเหลว และถ้วยตวงของแห้ง โดยถ้วยตวงของเหลว ใช้สำหรับตวงของเหลว เช่น
น้ำ น้ำมัน นม กะทิ ฯลฯ ส่วนถ้วยตวงของแห้ง จะใช้สำหรับตวงของแห้ง เช่น แป้ง
น้ำตาล นมผง ฯลฯ ซึ่งการใช้ถ้วยตวงของแห้งนี้จะมีวิธีการใช้คือ
ตักของที่ต้องการตวง เช่น แป้ง น้ำตาล ลงในถ้วยตามขนาดที่ต้องการ เช่น
ขนาด 1/2 ถ้วย
จากนั้นก็นำเอาสันมีดหรือสันไม้บรรทัด
ปาดส่วนเกินออกโดยเหลือให้พอดีเสมอขอบถ้วยตวง จึงจะได้ปริมาณที่ต้องการ
ดังนั้นคณะผู้จัดทำจึงคิดค้นนวัตกรรมนี้ขึ้นมา
เพื่อสะดวกต่อการใช้งาน โดยไม่ต้องใช้สันมีดหรือสันไม้บรรทัดในการปาดส่วนเกินออก
แต่ยังคงปริมาณที่ตวงไว้ในปริมาณที่ต้องการใช้
การศึกษาไกลออซอลและสารสกัดเคราตินจากเส้นผมต้านการยับย่นและเป็นสาร หน่วงไฟในผ้าไหม
การศึกษาไกลออซอลและสารสกัดเคราตินจากเส้นผมต้านการยับย่นและเป็นสาร หน่วงไฟในผ้าไหม
การตกแต่งสำเร็จบนผ้าเพื่อให้มีสมบัติพิเศษต่างๆ
เช่น ทนต่อการยับย่น ต้านเชื้อรา และแบคทีเรีย ทนต่อการติดไฟ หรือทนต่อสิ่งสกปรก
สามารถทำได้โดยแต่งสารเคมีที่ให้สมบัติพิเศษดังกล่าวลงบนผ้าด้วยวิธีจุ่มอัด-อบแห้ง-อบผนึก
(Pad-Dry-Cure Method) แต่ถ้าต้องการตกแต่งผ้าให้มีสมบัติมากกว่าหนึ่งอย่างจะต้องทำมากกว่าหนึ่งขั้นตอน
เพราะเงื่อนไขในการตกแต่งสารเคมีเพื่อแสดงสมบัติพิเศษแต่ละอย่างไม่เหมือนกัน
เพราะฉะนั้น
การศึกษาความเป็นไปได้ในการตกแต่งผ้าฝ้ายให้มีสมบัติพิเศษมากกว่าหนึ่งในขั้นตอนเดียว
จึงเป็นหัวข้อที่น่าศึกษาเพราะถ้าสามารถทำได้จะช่วยลดขั้นตอนและเวลาในการตกแต่งสำเร็จบนผ้า
ซึ่งจะใช้ผ้าไหมในการทดลอง ไหมเป็นเส้นใยโปรตีนธรรมชาติ
มีสารโปรตีนที่เรียกว่า Fibroin และมีโปรตีนที่เรียกว่า เซริซิน (Sericen) มีลักษณะเหนียวเหมือนกาว
ช่วยยึดให้เส้นใยสองเส้นติดกัน โปรตีนของเส้นใยไหม
ประกอบด้วยกรดอมิโนเกาะเข้าด้วยกัน เป็นโซ่ยาว เรียกว่า โพลิเปปไทด์ (polypeptide chain) สาร fibroin
แตกต่างจากสารเคราติน
(Keratln) ซึ่งเป็นโปรตีนในขนสัตว์ คือไม่มีตัวยึดที เรียกว่า
cystine หรือ Sulphur
linkage เช่นในเส้นใยขนสัตว์
โปรตีนของเส้นใยไหมประกอบด้วย กรดอะมิโน ประมาณ 15 ซนิด ส่วนใหญ่เป็นกรดอะมิโนเดี่ยว
เช่น Glycin, Alanine, Serine เป็นต้น โมเลกุลของเส้นใยไหมเรียงตัวกันเป็นระเบียบดีมาก
ทำให้เส้นใยมีความเหนียวแข็งแรงทนทาน เส้นใยไหมมีลักษณะเด่น คือ เส้นใยเหนียวมาก
ดูดความชื้นได้ดี ทนทาน แต่ดูแลรักษายาก
สวมใส่สบาย
เหมาะกับทุกสภาพอากาศ (อากาศไม่หนาวมากหรือร้อนจนเกินไป) ไม่ทนต่อกรด ทนด่าง
และสารเคมีอื่นๆ เนื้อผ้ามีความหนาแน่นน้อย (น้ำหนักเบา)
ในโครงงานนี้จะใช้เปรียบเทียบสารผสม
3 ตัว คือ เคราติน ไกลออกซอล และตัวเร่งปฏิกิริยาคืออะลูมิเนียมซัลเฟต
โดยตัวแรกคือ เคราติน หมายถึง เส้นใยผิวหนังชนิดหนึ่งที่อยู่ที่บริเวณหนังกำพร้าของคนเรา
เป็นเซลล์ที่ผิวหนังสร้างขึ้นจากเซลเยื่อบุผิวหนัง
อัดแน่นเป็นแผ่นบางใสในชั้นนอกสุด เรียกว่า หนังขี้ไคล
เคราตินจะช่วยป้องกันการดูดซึมของสารต่างๆเข้าสู่ร่างกาย
ลดอันตรายจากรังสีอัลตราไวโอเลต และป้องกันการระเหยของน้ำจากผิวหนัง
โดยปกติเคราตินนั้นจะพบได้ทั่วไปในสัตว์ต่างๆ ที่บริเวณผิวหนัง ขน และเล็บ
เนื่องจากสิ่งมีชีวิตที่มีผิวหนังและมีขน จำเป็นต้องอาศัยเคราตินปกหุ้ม
เพื่อป้องกันสารต่างๆ โดยเฉพาะน้ำเข้าสู่ร่างกายมากเกินไปจนเกิดอันตราย
ตัวที่สองคือไกลโคซอล โดยไกลออกซอลเป็นสารประกอบอินทรีย์ที่มีสูตรทางเคมี OCHCHO เป็นของเหลวสีเหลืองที่ระเหยกลายเป็นก๊าซสีเขียว
เป็นพอลิอัลดีไฮด์ที่เล็กที่สุด (aldehyde
สองกลุ่ม)
โครงสร้างของมันมีความซับซ้อนมากกว่าที่แสดงโดยทั่วไปเนื่องจากโมเลกุลของไฮเดรตและโอลิโกเมอริไลซ์เป็นอุตสาหกรรมที่ผลิตขึ้นเพื่อเป็นผลิตภัณฑ์หลัก
ไกลออกซอลทำขึ้นเป็นครั้งแรกและได้รับการตั้งชื่อโดยนักเคมีชาวเยอรมัน - อังกฤษนาม
Heinrich Debus (1824-1915)
โดยทำปฏิกิริยาเอทานอลกับกรดไนตริก
โดยใช้ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เป็นตัวเร่งปฏิกิริยา (oxidative)
ของเอธิลีนไกลคอลในระหว่างที่มีตัวเร่งปฏิกิริยาเงินหรือทองแดง
(กระบวนการ Laporte) หรือด้วยการออกซิเดชันในรูปของของเหลวของอะซีตอลดีไฮด์ด้วยกรดไนตริกความจุของแผ่นเหล็กทั่วโลกประมาณ
220,000 ตัน จำเป็น]
ซึ่งมีอัตราการผลิตน้อยเนื่องจากความล้นเกินในเอเชีย
การผลิตส่วนใหญ่จะกระทำผ่านทางกระบวนการออกซิเดชั่นแบบแก๊ส และตัวสุดท้ายคือ
อะลูมีเนียมซัลเฟตซึ่งเป็นสารส้มชนิดหนึ่ง ซึ่งสารส้มจะใช้แกว่งในบ่อเก็บน้ำเพื่อให้สิ่งสกปรกตกตะกอน
สามารถใช้ในการกำจัดกลิ่นตัวโดยเฉพาะใต้วงแขน ดับกลิ่นได้ 100% และนานถึง 24
ชั่วโมง และสามารถใช้กำจัดกลิ่นเท้าได้ ทำให้อาหารกรอบ
นิยมใช้กับการดองผักเพื่อให้ผักดองมีความกรอบ ช่วยให้พริกขี้หนูดูสดใส
เก็บไว้ได้หลายวัน โดยการนำพริกขี้หนูแช่ในน้ำสารส้มสักพัก แล้วนำมาผึ่งไว้
ก่อนทานก็ควรล้างพริกเสียก่อน ช่วยให้ข้าวเหนียวมีเมล็ดสวย
โดยใช้สารส้มแกว่งในน้ำแช่ข้าวเหนียว แล้วแช่ไว้สักครู่ เปลี่ยนน้ำแช่ใหม่
เวลานึ่งแล้วข้าวจะมีเมล็ดสวย สารส้ม เป็นสารประกอบที่ใช้ในอุตสาหกรรมทำสีย้อม
เนื่องจากเป็นสารประกอบที่มีไอออนของอะลูมิเนียม สามารถเกิดเป็นสารประกอบเชิงซ้อนกับสูตรโครงสร้างทางเคมีของสีและเส้นใยของพืช
ทำให้สีติดเส้นใยได้ดีขึ้น สีจึงเข้มขึ้น
ปริมาณอะลูมิเนียมในน้ำให้มีปริมาณที่ปลอดภัยต่อการบริโภค โครงงานนี้มีประเด็นคำถามอยู่ว่า อัตราส่วนที่เหมาะสมสำหรับสารต่างๆที่ใช้ในการตกแต่งผ้าไหมและผ้าลิกนินเท่าใดจะมีประสิทธิภาพในการเป็นสารหน่วงไฟและทนต่อการยับย่น
ถ้าผลการศึกษาสอดคล้องกับประเด็นคำถาม
จะเป็นประโยชน์ต่อด้านอุตสาหกรรมสิ่งทอเป็นอย่างยิ่ง
การวิเคราะห์สมบัติทางเคมีของมิวซิเลจในเมล็ดของแฟลกซ์ กะเพรา ดราก้อนเฮดและเมล็ดควินซ์
การวิเคราะห์สมบัติทางเคมีของมิวซิเลจในเมล็ดของแฟลกซ์
กะเพรา ดราก้อนเฮดและเมล็ดควินซ์

มิวซิเลจ
คาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อน ที่มีความสามารถในการดูดซับน้ำสูง
ซึ่งควรถูกพิจารณาใช้ในอุตสาหกรรมไฮโดรคอลลอยด์ เพื่อตรวจสอบความชื้น มวลแห้ง
ผลผลิตร้อยละ เถ้าและโปรตีน โดยสกัดมิซิเลจจากการผสมเมล็ดด้วยน้ำกลั่น(1:20 w/v) กวนสารผสม 3 ชั่วโมง
ที่อุณหภุมิ 75 องศาเซลเซียส แยกมิวซิเลจด้วยการกรองผ่านผ้าขาวบาง
และนำไปสกัดด้วยเอทานอล 96 เปอร์เซ็น 3 ครั้ง แยกตะกอนด้วยเครื่องหมนุเหวี่ยง(6500
รอบ/นาที,15นาที) นำไปวิเคราะห์ข้อมูลด้วย one-way
ANOVA และ Turkey test เพื่อเปรียบเทียบ ที่ระดับนัยสำคัญ
0.05 พบว่า มิวซิเลของเมล็ดแฟลกซ์ มีความชื้น 4.38% ผลร้อยละแห้ง
95.14% ผลผลิตร้อยละ8.6% เถ้า5.8% โปรตีน12.3% มิวซิเลจของกระเพรา มีความชื้น 4.86%
ผลร้อยละแห้ง 95.14% ผลผลิตร้อยละ2.07%
เถ้า0.84% โปรตีน10.9% มิวซิเลจของดราก้อนเฮด
มีความชื้น 4.93% ผลร้อยละแห้ง 95.06%
ผลผลิตร้อยละ1.88% เถ้า0.28%
โปรตีน45.7% มิวซิเลจของมะตูม มีความชื้น 4.38% ผลร้อยละแห้ง 95.62% ผลผลิตร้อยละ10.9% เถ้า8.24% โปรตีน20.9%
ผลการวิเคราะห์พบว่าผลร้อยละมิวซิเลจของเมล็ดแฟลกซ์
การพัฒนา Mobile Application เกี่ยวกับ การออกกำลังกาย และโภชนาการ
การพัฒนา Mobile Application เกี่ยวกับ
การออกกำลังกาย และโภชนาการ
ร่างกายของมนุษย์ทุกๆคนต้องการดูแล
บำรุง รักษา เพื่อให้ร่างกายสามารถทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ
แต่คนในสังคมปัจจุบัน มีน้อยคนนักที่จะให้ความสำคัญในการดูแลรักษาร่างกายของตน
ให้ตนมีสุขภาพที่ดี การดูแลรักษาร่างกายของตนอย่างสม่ำเสมอนั้น นอกจากจะทำให้มีปัจจุบันความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีสารสนเทศก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ต่อ
ทุกด้านในการใช้ชีวิตของมนุษย์ เทคโนโลยีกลายเป็นสิ่งที่คนส่วนมากเข้าถึงได้ และสะดวกต่อการใช้งาน เป็นสิ่งที่ใกล้ตัวคนส่วนใหญ่ เกิดการเปิดโลกกว้างขึ้น เช่น การใช้โทรศัพท์มือถือ(Mobile) หรือสมาร์ทโฟน ในการสื่อสารกับผู้คนทั่วโลก และยังสามารถใช้ในการสืบค้นหาข้อมูลต่างๆ ซึ่งในสมาร์ทโฟนนั้นมีสิ่งหนึ่งที่สร้างมาเพื่ออำนวยความสะดวกในการใช้ชีวิตในด้านต่างๆ คือ แอพพลิเคชั่น(Application) เป็นซอฟต์แวร์ที่ใช้เพื่อช่วยการทำงานของผู้ใช้ เรียกว่า Mobile Application ทำให้เราสามารถใช้งานด้านต่างๆของเทคโนโลยีได้อย่างเป็นระบบ และสะดวกมากขึ้น
ทุกด้านในการใช้ชีวิตของมนุษย์ เทคโนโลยีกลายเป็นสิ่งที่คนส่วนมากเข้าถึงได้ และสะดวกต่อการใช้งาน เป็นสิ่งที่ใกล้ตัวคนส่วนใหญ่ เกิดการเปิดโลกกว้างขึ้น เช่น การใช้โทรศัพท์มือถือ(Mobile) หรือสมาร์ทโฟน ในการสื่อสารกับผู้คนทั่วโลก และยังสามารถใช้ในการสืบค้นหาข้อมูลต่างๆ ซึ่งในสมาร์ทโฟนนั้นมีสิ่งหนึ่งที่สร้างมาเพื่ออำนวยความสะดวกในการใช้ชีวิตในด้านต่างๆ คือ แอพพลิเคชั่น(Application) เป็นซอฟต์แวร์ที่ใช้เพื่อช่วยการทำงานของผู้ใช้ เรียกว่า Mobile Application ทำให้เราสามารถใช้งานด้านต่างๆของเทคโนโลยีได้อย่างเป็นระบบ และสะดวกมากขึ้น
สุขภาพที่ดีแล้ว
ยังจะส่งผลให้อย่างอื่นตามมาด้วย การดูแลรักษาสุขภาพนั้นจะทำให้ร่างกายแข็งแรง
ไม่เจ็บป่วยง่าย ร่างกายสามารถใช้งานได้อย่างเต็มที่ มีคำกล่าวไว้ว่า ”ความไม่มีโรคเป็นลาภอันประเสริฐ
” หมายความว่า การไม่มีโรคภัยนั้น เป็นความสุขของชีวิต
ดังนั้นเราควรใส่ใจกับการดูแลรักษาสุขภาพ เพื่อให้ชีวิตมีความสุข
การดูแลรักษาสุขภาพของมนุษย์นั้นมีหลายประการ
การออกกำลังกายเป็นส่วนหนึ่งที่สำคัญของการดูแลรักษาสุขภาพ แต่คนที่ทำงานและมีภาระงานต้องรับผิดชอบนั้น
ทำให้มีเวลาในการออกกำลังกายน้อยหรือไม่มีเวลาฝึกซ้อมกีฬาต่างๆ ทำให้ปัจจุบัน
การออกกำลังกายที่เป็นที่นิยมกันมาก คือการออกกำลังกล้ามเนื้อ
และการบริหารกล้ามเนื้ออย่างง่าย
หรือคือการเข้า Fitness ซึ่งเป็นสถานที่สำหรับออกกำลังกาย
มีเครื่องสำหรับช่วยในการออกกำลังกล้ามเนื้อ
ซึ่งเป็นกระแสที่เป็นที่นิยมในกลุ่มคนที่มีภาระงาน หรือมีเวลาในการออกกำลังกายน้อย
และการออกกำลังกายแบบ Fitness นี้ยังง่ายต่อการฝึก ทำให้ผู้เล่นมีรูปร่างที่สวยงาม แข็งแรง ซึ่งเป็นเหตุจูงใจหนึ่งที่ทำให้คนอยากออกกำลังกาย
อีกประการหนึ่งที่สำคัญในการดูแลสุขภาพนั้น
คือการบริโภคอาหาร หรือโภชนาการ ตลอดช่วงอายุขัยของคนเราจะรับประทานอาหารประมาณ
70,000 มื้อ หรือ 60
ตัน ซึ่งปริมาณอาหารเหล่านี้ล้วนแล้วแต่ส่งผลต่อร่างกายของผู้บริโภค
คนเราจึงควรใส่ใจกับการบริโภคอาหารในทุกๆมื้อ เพื่อจะนำมาซึ่งร่างกายและจิตใจที่แข็งแรงอย่างสมบูรณ์ ซึ่งอาจมีบางคนที่ไม่รู้ว่าจะออกกำลังกายอย่างไรให้ถูกต้อง
บริโภคอย่างไรให้เหมาะสม หรือขาดข้อมูลในการออกกำลังกายและการบริโภคอาหาร
ทำให้ไม่เกิดประสิทธิภาพในการดูแลรักษาสุขภาพของตน
ด้วยตระหนักถึงความสำคัญของการออกกำลังกาย
การมีโภชนาการที่ดี ความสะดวกใช้งานของเทคโนโลยีในเรื่องของ Mobile Application คณะผู้จัดทำจึงคิดค้นโครงงานคอมพิวเตอร์
เกี่ยวกับ Fitness And Nutrition ขึ้นเพื่อเป็นตัวช่วยให้กับผู้ที่ต้องการดูแลสุขภาพในเรื่องของการออกกำลังกายและการมีโภชนาการที่ดี
ให้มีการออกกำลังกายที่มีประสิทธิภาพ มีโภชนาการที่ดี และมีสุขภาพที่ดี
กระบอกน้ำอเนกประสงค์
กระบอกน้ำอเนกประสงค์

ในปัจจบุันมผีู้ป่วยที่ต้องรบัประทานยาเป็นจ้านวนมาก ไม่ว่าจะเป็นยาเม็ด ยาน้ำ หรือยาในรูปแบบผง และปญัหาทพี่บบ่อยครั้งคือผู้ปวยส่วนใหญล่ืมรับประทานยาบ่อยครั้ง เหตผุลส่วนใหญม่ักจะเป็นการลืมพกยา ติดตัวมาด้วย ซึ่งการรบัประทานยาอย่างไม่ต่อเนื่องอาจส่งผลได้เกิดอาการดื้อยาได้ ผู้จัดทำาจึงประดิษฐ์ชิ้นงาน ที่ช่วยให้ผู้ป่วยสามารถพกพาน้ำและยาได้ในภาชนะเดียวกัน และลดปญัหาการรับประทานยาอย่างไม่ต่อเนื่อง
วันพฤหัสบดีที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2561
ลักษณะของเส้นใยจากชานอ้อย
ลักษณะของเส้นใยจากชานอ้อย
เมื่อวิเคราะห์ลักษณะของเส้นใยที่ได้จากการสกัดชานอ้อย
โดยใช้โซเดียมไฮดรอกไซด์ 0.1 N เส้นใยที่ได้เป็นผลึกขนาดปานกลาง
ที่มีค่าดัชนีผลึกในช่วง 63-68% เมื่อถ่ายภาพจากกล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอนแบบส่องกราดแสดงให้เห็นว่าเส้นใยประกอบด้วยการเรียงตัวกันของกลุ่มเซลล์ที่อยู่รวมตัวกันเป็นมัดๆ
และมีสารห่อหุ้มที่ทำให้มันประสานเป็นเนื้อเดียวกัน
ลักษณะภายนอกของกลุ่มเซลล์ที่รวมตัวกันเป็นกลุ่มนั้น
เป็นองค์ประกอบหลักของผนังเซลล์พาเรงไคม่า
เส้นใยมีความละเอียดอยู่ระหว่าง 25 tex และ 35 tex
ความสามารถในการดูดความชื้นของเส้นใยอยู่ระหว่าง 13% และ 18% ค่าความแข็งแรงของเส้นใย อยู่ระหว่าง 12 g/tex
และ 18 g/tex cและมีค่าเปอร์เซ็นต์ความยืดอยู่ระหว่าง
2.5% และ 3.5% ค่าการคืนตัวจากแรงยืด
เท่ากับ 50% ของแรงยืด ณ จุดขาด
ความแข็งเกร็งต่อการบิดของเส้นใยมีค่าสูง อยู่ระหว่าง 95 dyne-cm² และ 330 dyne-cm² แสดงให้เห็นว่า เส้นใยมีการบิดเป็นเกลียวสูงและไม่เหมาะที่จะนำมาทำเส้นใยที่ใช้ถักทอ ความแข็งเชิงดัดของเส้นใยค่อนข้างต่ำอยู่ในช่วง
0.015 g cm2 ถึง 0.032 g
ประสิทธิภาพการต้านจุลชีพองน้ำมันหอมระเหยกานพลู ที่อยู่ในฟิล์ม LLDPE ใช้สำหรับบรรจุภัณฑ์เนื้อไก่
ประสิทธิภาพการต้านจุลชีพของน้ำมันหอมระเหย
ก้านพลู
ที่อยู่ในฟิล์ม LLDPE ใช้สำหรับบรรจุภัณฑ์
เนื้อไก่
LLDPEเป็นฟิล์มที่นิยมใช้ในเชิงพาณิชย์วัสดุบรรจุภัณฑ์ในงานนี้ทำการศึกษาการเคลือบน้ำมันหอมระเหยกานพลู (CLO)
บนฟิล์ม LLDPEด้วยวิธีการใช้กรด Chromic acid กัดกร่อนผิวฟิล์มแล้วเคลือบด้วยน้ำมันหอมระเหย
โดยทดสอบคุณสมบัติของฟิล์มด้วยเทคนิคFTIR จะแสดงให้เห็นถึงหมู่ฟังก์ชั่นที่มีในน้ำมันหอมระเหยกานพลูจากการทดสอบการส่องผ่านของรังสียูวีและแสงพบว่าการเคลือบน้ำมันหอมระเหยกานพลูจะส่งผลให้ฟิล์มมีลักษณะใสและเป็นสีเหลืองมากขึ้นจากการทดสอบด้วยเทคนิค Differential Scanning Calorimetry (DSC) พบว่าจุดหลอมเหลว(Tm)
ของฟิล์มคอมโพสิตลดลงจาก 122 ºC เป็น 117 ºC เมื่อเทียบกับฟิล์มที่ไม่ผ่านการเคลือบด้วยน้ำมันหอมระเหยกานพลูและพบว่าฟิล์มที่เคลือบด้วยน้ำมันหอมระเหยกานพลูสามารถต้านเชื้อSalmonella
Typhimurium และ Listeria monocytogenes ที่พบในไก่ได้
21 วันของการจัดเก็บในตู้เย็นดังนั้นฟิล์มที่พัฒนาแล้วสามารถใช้เป็นบรรจุภัณฑ์ที่ใช้งานสำหรับไก่สดได้
วันพุธที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2561
การผลิตเชื้อเพลิงชีวภาพจากสารชีวมวลโดยกระบวนการหมักด้วยยีสต์
การผลิตเชื้อเพลิงชีวภาพจากสารชีวมวลโดยกระบวนการหมักด้วยยีสต์

ไบโอเอทานอล
เป็นพลังงานทดแทนและเป็นแหล่งพลังงานที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
ผลิตจากสารชีวมวล(เฮมิเซลลูโลส) จากเฟิร์น (pteris) ซึ่งเจริญเติบโตอย่างรวดเร็วและไม่มีมูลค่ามากนักในทางเศรษฐศาสตร์
แต่แหล่งพลังงานจากไบโอเอทานอลที่มาจากเฮมิเซลลูโลส สามารถถูกเปลี่ยนเป็นไปโอเอทานอลได้
ในกระบวนการย่อยสลายของเฮมิเซลลูโลสความเข้มข้นของน้ำตาลและอัตราการเกิดปฏิกิริยาที่สังเกตได้จากพารามิเตอร์ที่แตกต่างกัน
เช่น ค่า pH อุณหภูมิ เส้นผ่านศูนย์กลางของสารตั้งต้น
และการใส่สารตั้งต้น ในการวิจัยครั้งนี้เราค้นพบว่าค่า pH 7 อุณหภูมิ
35⁰C เส้นผ่านศูนย์กลางของสารตั้งต้นมีค่า
45.63 µm และน้ำหนักของสารตั้งต้นอยู่ที่ 0.25g/100ml.
เป็นพารามิเตอร์ที่ดีที่สุด และจากสารที่นำมาทดลองคือ H2SO4
, NH4OH และ NaOH ให้ผลลัพธ์ที่แตกต่างกันโดย
NH4OH
ให้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุดและทำให้สมบูรณ์โดยแบคทีเรีย pseudomonas sp. ที่ได้จากมูลของโค ในการทดลองหาค่าความเข้มข้น ของน้ำตาลโดย UV
spectrophotometers โดยใช้ DNS เป็นสารในการหาค่าความอิ่มตัว
พบว่าอยู่ที่ 72 ชั่วโมง ในกระบวนการย่อยสลาย
และความเข้มข้นสูงสุดของน้ำตาลอยู่ที่ 1.7625 mg/L ต่อมาเราศึกษากระบวนการหมักโดยใช้ยีสต์
ที่ได้ผลลัพธ์ที่ Bio-ethanol โดยใช้น้ำตาลที่ได้จากการย่อยสลายในสภาวะที่ดีที่สุด
พบว่าให้เอทานอลเข้มข้น 0.333 mg/L โดยวัดจาก UV
spectrophotometers
การบำบัดน้ำเสียจากอุตสาหกรรมยาโดยใช้เทคโนโลยีบำบัดน้ำแบบไร้อากาศ
การบำบัดน้ำเสียจากอุตสาหกรรมยาโดยใช้เทคโนโลยีบำบัดน้ำแบบไร้อากาศ

น้ำเสียที่เกิดจากอุตสาหกรรมยาโดยทั่วไปมีสารอินทรีย์สูงและการรักษาจะดำเนินการโดยใช้หลักสองประเภทหลักของวิธีการทางชีวภาพ; แบบใช้ออกซิเจนและแบบไม่ใช้ออกซิเจน
แต่เนื่องจากน้ำเสียจากสารอินทรีย์สูงมันเป็นไปไม่ได้ในการรักษาบางส่วนน้ำเสียจากการผลิตยาโดยใช้กระบวนการทางชีวภาพแบบใช้ออกซิเจน
เป็นทางเลือกที่เป็นกระบวนการที่เป็นที่ต้องการใช้ออกซิเจนในการลบความแข็งแรงสูงสารอินทรีย์
ระบบบำบัดน้ำเสียแบบไร้อากาศถือเป็นค่าใช้จ่ายโซลูชั่นที่มีประสิทธิภาพมากที่สุดสำหรับการปนเปื้อนอินทรีย์ลำธารของเสียจากอุตสาหกรรม
โดยเฉพาะอย่างยิ่งการพัฒนาระบบอัตราที่สูงซึ่งในครั้งกักเก็บน้ำ (HRT)จะแยกออกจากของแข็งการเก็บรักษาครั้ง (SRT) ได้นำไปสู่การได้รับการยอมรับทั่วโลกของระบบบำบัดน้ำเสียแบบไม่ใช้ออกซิเจน
ในบทความนี้หนังสือที่เกี่ยวกับการเติมออกซิเจนเทคโนโลยีถังปฏิกรณ์แบบเดิมและบำบัดน้ำเสียยาจะถูกนำเสนอ
นอกจากนี้ชะตากรรมของ
ยาในสภาพแวดล้อมยังถูกกล่าวถึงในช่วงสั้น
ๆ กรณีศึกษาจากการตรวจสอบในห้องปฏิบัติการในการรักษาของยาน้ำเสียที่มียาปฏิชีวนะ Tylosin ในถังปฏิกรณ์แบบนอกจากนี้ยังได้รับ
โดยเฉพาะมันถูกกำหนดไม่ว่าจะเป็นถังปฏิกรณ์แบบสามารถนำมาใช้เป็นรักษาก่อน
ระบบที่โรงงานผลิตยาที่มีอยู่
ประสิทธิภาพการทำงานของเครื่องปฏิกรณ์บำบัดน้ำเสียยาจริงในอัตราโหลดต่างๆของสารอินทรีย์
(OLR) ได้รับการตรวจสอบและแสดงให้เห็นว่าการกำจัดสารตั้งต้นที่มีประสิทธิภาพที่
OLRs ต่ำ (0.43-1.86 กก. COD.m-3.d-1) โดยการส่งเสริมความต้องการออกซิเจนทางเคมี
เงื่อนไขเหล่านี้มีค่าเฉลี่ยของการลด Tylosin 95%
ก็ประสบความสำเร็จใน UASR แต่การเพิ่ม OLRs เพื่อ 3.73 กก. COD.m-3.d-1
โดยการลดเวลาในการกักเก็บน้ำ (HRT) (4-2 D) ลดประสิทธิภาพในการกำจัด COD (45%)
การเปลี่ยนแปลงในการโหลดอินทรีย์ได้รับผลกระทบประสิทธิภาพการรักษาของถังปฏิกรณ์แบบและใน
OLRs สูงก็ไม่สามารถที่จะทนต่อ HRT สั้นอาจเป็นเพราะความซับซ้อนของระบบบำบัดน้ำเสียยา
วันเสาร์ที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2561
การศึกษาเปรียบเทียบปริมาณสารแทนนินในใบหูกวาง เปลือกแค เปลือกมะพร้าว อ่อนที่มีผลต่อการยับยั้งแบคทีเรีย Bacillus cereus
การศึกษาเปรียบเทียบปริมาณสารแทนนินในใบหูกวาง เปลือกแค เปลือกมะพร้าว อ่อนที่มีผลต่อการยับยั้งแบคทีเรีย Bacillus cereus
สารแทนนินเป็นสารประกอบโพลีพีนิลชนิดหนึ่งพบได้ในพืชหลายชนิดมีโมเลกุลใหญ่และโครงสร้างซับซ้อนมีสถานะเป็นกรดอ่อนรสฝาดสารแทนนินจึงพบมากในพืชที่มีรสฝาด เช่น ใบฝรั่ง เปลือกมังคุด ใบชา ใบพลู เปลือกเมล็ดมะขาม กล้วยดิบ เป็นต้น สารแทนนินสามารถสกัดออกมาใช้ ประโยชน์ได้ง่าย โดยสามารถละลายในตัวท้าละลายชนิดน้้ากลั่นเอทานอลและอะซิโตนอีกทั้งสารแทนนินยังเป็นสารสารพัดประโยชน์สามารถบรรเทาอาการท้องร่วงเป็นสารต้านอนุมูลอิสระถึงแม้แทนนินจะมีประโยชน์มากมายแต่สารแทนนินก็ยังมีโรคต่อร่างกายมากมายถ้ารับประทานในปริมาณที่มากเกินไปประโยชน์อีกประการหนึ่งที่คณะผู้จัดท้าสนใจเกี่ยวกับสารแทนนิน คือ ความสามารถในการท้าลายเชื้อแบคทีเรียและเชื้อราต่างๆ คณะผู้จัดท้าจึงเล็งเห็นการน้าพืชที่มีอยู่ในท้องถิ่นที่มีสารแทนนินมาใช้ให้เกิดประโยชน์โดยการน้าใบหูกวาง เปลือกแค เปลือกมะพร้าวอ่อนที่มีผลในการยับยั้งแบคทีเรีย าทดสอบประสิทธิภาพในการยับยั้งแบคทีเรีย Bacillus cereus
วันศุกร์ที่ 4 พฤษภาคม พ.ศ. 2561
การศึกษาเบื้องต้นของน้ำจากหยวกกล้วยเป็นฐานสำหรับการสร้างตะกอนเพื่อการบำบัดน้ำเสียน้ำหล่อเย็น
การศึกษาเบื้องต้นของน้ำจากหยวกกล้วยเป็นฐานสำหรับการสร้างตะกอนเพื่อการบำบัดน้ำเสียน้ำหล่อเย็น

กล้วยเป็นไม้ล้มลุกจำพวกMusaspp.ของวงศ์Musaceaeกล้วยเป็นหนึ่งในผลไม้เขตร้อนที่ปลูกอย่างกว้างขวางเพราะมีคุณค่าทางอาหารสูงและนอกจากนี้ยังเป็นสิ่งสำคัญที่ใช้ในการควบคุมอาหารในประเทศมาเลเซียการผลิตกล้วยทางการค้าเพิ่มขึ้น 24-27% ในช่วงทศวรรษที่ผ่านมามี 27,453 ไร่ในปี 2009
โดยมีรัฐ Johor,PahangและSarawakเป็นแหล่งผลิตกล้วยที่ใหญ่ที่สุดก้านจากผลไม้ที่นำมาควรตัดออก
เพราะมันจะไม่เจริญเติบโตต่อไปอีกก้านจะถูกทิ้งมากในการเพาะปลูกและปกติก็จะเน่าหรือนำมาทำเป็นปุ๋ย
การศึกษาการทำเซรามิกจากซิลิกอนคาไบค์โดยก๊อกไม้โอ๊ค
การศึกษาการทำเซรามิกจากซิลิกอนคาไบค์
โดยก๊อกไม้โอ๊ค

วัสดุเซรามิกที่มีรูพรุนของซิลิกอนคาไบด์ถูกสังเคราะห์จากคาร์บอนเมทริกซ์โดยกระบวนการไพโรไลซิสโดยใช้ไม้ก๊อกธรรมชาติเป็นสารตั้งต้นงานวิจัยนี้จัดทำขึ้นเพื่อเสนอวิธีในการผลิตเครื่องมือเครื่องใช้ที่ซับซ้อนของเซรามิกที่มีรูพรุนดังกล่าวประกอบกับการแยกชิ้นส่วนที่ทำจากไม้ก๊อกธรรมชาติ และในการทดลองผลปรากฏว่าความหนาของผนังคาร์บอนเมทริกซ์สามารถเพิ่มขึ้นโดยการนำไปแช่ในสารละลายเบคิไลต์ฟีนอลิกและกระบวนการไพโรไลซิสเป็นการลดขนาดรูพรุนของวัสดุและสามารถนำมาใช้เป็นวิธีการปรับเปลี่ยนลักษณะกลไกและความร้อนทั้งคาร์บอนเมทริกซ์(ผลจากขั้นตอนไพโรไซิส) และผลลัพธ์เซรามิกซิลิกอนคาไบด์ที่แสดงให้เห็นสัณฐานเทียมของโครงสร้างภายในไม้ก๊อกเริ่มต้น
ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับอุณหภูมิในการสังเคราะห์(3C-SiC,6H-SiC)หรือส่วนผสมของพอลีไทป์ซึ่งอาจจะได้รับแตกต่างกัน,อัตราส่วนมวลเริ่มต้นของคาร์บอนและซิลิกอนที่เป็นส่วนประกอบ,ปริมาณSiCหรือSiC:C:Si , SiC:CและSiC:Siเซรามิกสามารถผลิตโครงสร้างเช่นเดียวกับสารเคมีและองค์ประกอบของวัสดุที่เตรียมไว้มีการศึกษาด้วยเทคนิครามานสเปคโตรสโคปีและกล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอนแบบส่องกราด
การศึกษาการใช้เปลือกไข่เป็นแหล่งแคลเซียมคาร์บอเนตจากธรรมชาติเพื่อใช้ผสมกับกรดไฮยาลูรอนเพื่อประโยชน์สำหรับเป็นวัสดุปลูกถ่ายกระดูกในหลอดทดลอง
การศึกษาการใช้เปลือกไข่เป็นแหล่งแคลเซียมคาร์บอเนตจากธรรมชาติเพื่อใช้ผสมกับกรดไฮยาลูรอนเพื่อประโยชน์สำหรับเป็นวัสดุปลูกถ่ายกระดูกในหลอดทดลอง
ในกระบวนการเมตาบอลิสมและการสร้างตัวโดยเฉพาะการซ่อมแซมส่วนกระดูกพบว่าแคเซียมเป็นส่วนประกอบที่มีความสำคัญเป็นอย่างมากมีงานวิจัยต่างๆแสดงให้เห็นถึงการใช้ประโยชน์จากเปลือกไข่เพื่อเป็นวัสดุทดแทนกระดูกซึ่งมีความเป็นไปได้และเป็นวัสดุทางเลือกที่มีราคาไม่สูงนักในการศึกษาครั้งนี้เป็นการศึกษาในหลอดทดลองเพื่อศึกษาถึงผลกระทบของเปลือกไข่และแคลเซียมคาร์บอเนตต่อการเป็นสารตั้งต้นในการปลูกถ่ายกระดูกมีการใช้กรดไฮยาลูรอน (HA) เป็นแม่พิมพ์เทียม (ECM) สำหรับให้เซลล์แบ่งตัวและเปลี่ยนแปลงเลียนแบบลักษณะทางสรีระวิทยาตามที่ต้องการจากเปลือกไข่ในหลอดทดลอง
การประยุกต์ใช้ไมโครคอนโทรเลอร์ในการตรวจจับควันที่เป็นสาเหตุของไฟป่าโดยอาศัยคลื่นวิทยุ 2.4 GHz ในการแจ้งเตือนภัย
การประยุกต์ใช้ไมโครคอนโทรเลอร์ในการตรวจจับควันที่เป็นสาเหตุของไฟป่าโดยอาศัย คลื่นวิทยุ 2.4 GHz ในการแจ้งเตือนภัย
โครงงานเรื่องการประยุกต์ใช้ไมโครคอนโทรเลอร์ในการตรวจจับควันที่เป็นสาเหตุของไฟป่าโดยอาศัย คลื่นวิทยุ 2.4 GHz ในการแจ้งเตือนภัยโดยใช้ไมโครคอนโทรเลอร์ในการควบคุมโมดูล DTH และ MQ- 7 ใน การประมวลผลโดยการใช้โมดูลMQ-7สามารถแสดงค่าความต้านทานโดยใช้อากาศเป็นตัวต้านทานท าให้ ทราบความหนาแน่นของอากาศ และการเกิดควันจะส่งผลต่อค่าความหนาแน่นของงอากาศและค่าความต้านทานของโมดูลการศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาและเปรียบเทียบอุณหภูมิความชื้นในป่าที่มีผลต่อความหนาแน่นอากาศในการตรวจจับค่าความผิดปรกติของความหนาแน่นอากาศในเวลาที่ต่างกัน และศึกษา ระยะทางการส่งของโมดูลnRF24L01pที่มีความสมบูรณ์ของข้อมูลที่80%ในพื้นที่โล่งและพื้นที่ป่าจากการทดลองสามารถสรุปผลการศึกษาได้ว่าอุณหภูมิและความหนาแน่นของอากาศแปรผกผันต่อกันแต่ความชื้นและความหนาแน่นของอากาศแปรผันตรงต่อกันในเวลากลางคืนความหนาแน่นของอากาศจะสูงขึ้นและในเวลากลางวันความหนาแน่นของอากาศจะต่างลงการศึกษาระยะทางการส่งที่มีความสมบูรณ์ของข้อมูลที่ระยะต่างๆสามารถสรุปได้ว่าการติดตั้งในพื้นที่ป่าควรติดที่ระยะ0–100 เมตรเพราะมีค่าความสมบูรณ์ของข้อมูลมากกว่า80%
Thidiazuron ไซโตไคนินที่มีประสิทธิภาพในการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อพืชยืนต้น
Thidiazuron ไซโตไคนินที่มีประสิทธิภาพในการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อพืชยืนต้น

Thidiazuron(TDZ)เป็นไซโตไคนินอีกชนิดหนึ่งที่มีประสิทธิภาพที่ใช้สำหรับการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อพืชยืนต้น
มันจะช่วยเอื้อให้การขยายพันธุ์ของพืชยืนต้นพันธุ์ที่ขยายพันธุ์ยากนั้นให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพความเข้มข้นของ
TDZ น้อย (< 1μM)
สามารถเร่งการเพิ่มจำนวนของการงอกได้มากกว่า cytokinin ชนิดอื่นๆอย่างไรก็ตาม TDZ ก็อาจจะไปยับยั้งการงอกได้เช่นกัน ในบางกรณีก็จำเป็นที่จะต้องถ่ายโอนยอดที่มีระดับต่ำกว่า TDZ และ/หรือ active cytokine ที่มีปริมาณน้อย
ณ ความเข้มข้น มากกว่า 1μM
TDZ สามารถกระตุ้นการสร้าง callus หน่อที่งอกออกมาหรือตัวอ่อนของร่างกาย
ภายหลังการงอกของหน่อเล็กๆอาจได้รับผลกระทบหรือถูกยับยั้งเล็กน้อยโดยการสัมผัส TDZ
มาก่อน ผลกระทบหลักที่ไม่พึงประสงค์ที่สำคัญของ TDZ คือ พืชยืนต้นบางพันธุ์
บางครั้งจะสร้างหน่อแบบมัดรวมกัน TDZ เป็นไซโตไคนินที่มีประสิทธิภาพสูงและได้รับการตอบสนองเชิงบวกจากการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อได้รับการยอมรับว่าเป็นไซโตไคนินที่มีประสิทธิภาพสูงสำหรับการทดลองการจัดการพันธุ์ไม้ยืนต้นชนิดต่างๆ